เจ็บทีเดียว เจ็บให้จบ

ธีรัตม์ ชินสีห์กวินภพ
รถยนต์คันนี้เป็นสิ่งที่สอนให้ผมได้รู้จักคำว่า รอคอย กังวล อดทน ลำบาก และอื่นๆ เพราะทีแรกคุณพ่อออกเงินดาวน์รถยนต์คันที่เราต้องการให้ ส่วนเราก็ผ่อนไป เราก็ได้เจ้า Mazda2 คันนี้มา ส่วนตัวเป็นคนชอบความเร็ว และจังหวัดที่เราก็อาศัยอยู่ก็มีโค้งเยอะมาก มันเลยทำให้เริ่มขับห้าวๆ เช่น ดริฟไปตามโค้งที่เราพอใจจะทำบ้าง ยิ่งทำก็ยิ่งชำนาญขึ้น จาก 60 ก็ไปเป็น 100 คราวนี้ยิ่งทำมากก็ยิ่งไว รถคว่ำเลยครับ เพราะมือใหม่ รถก็ไม่ได้ทำมา ซัดมันเดิมเลย พังครับ พังทั้งคันเลย เยอะมาก เสียใจมาก ปล.ดีน่ะที่ไม่ตาย. เครียดเลยครับ ต้องหาเงินซ่อมเอง 8 เดือน ที่ไม่มีรถยนต์ใช้ ทำงานลำบาก ขนของลำบาก เดินทางก็ลำบาก เพราะเราทำพึ่งเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว บางทีก็มีสิ่งจำเป็นมากมายที่เราต้องใช้. เงินเก็บก็ไม่มีเพราะพึ่งลงทุนใหม่ 8 เดือน ที่ต้องหาเงินและอะไหล่มาซ่อม ไม่มียืม ไม่มีกู้ อะไรทั้งสิ้น หาเงินเก็บเงินซ่อมไปลูกเดียว ไม่มีเวลาเสวนากับเพื่อนๆและใครๆ สุดท้ายก็ปลุกชีพ Mazda2 ขึ้นมาอีกครั้ง เราก็เริ่มรู้สึกผูกพันกับมันและรักมันพอสมควร ขณะที่ซ่อมไปนั้นเอง คำพูดคำนึงของรุ่นพี่ห้าวๆคนนึงที่รู้จักกันก็ผุดขึ้นในหัวผมว่า "เจ็บทีเดียว เจ็บให้จบ ไอ่น้อง" ปีนั้นผมรายได้ดีด้วย คราวนี้ครับ จัดเลย ตกแต่งทำมันทั้งคัน ชุดใหญ่ไฟกระพริบ เปาะsparco,ล้อแม้ก,bodyรอบคัน,ฯลฯ เอาให้หล่อเลยครับ แล้วก็เสร็จสิ้นอย่างภาคภูมิใจ. สุดท้ายแล้วทุกวันนี้ เมื่อใดที่เรามองดูรูปเก่าๆสมัยสภาพตอนมันพังยับทั้งคันมันเตือนเราเสมอว่า "เราต้องรักมันมากกว่านี้ มันพูดไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นสิ่งของแต่มันบริการเรา" ถ้าเรายังขาดสติอีก เราเองจะเจ็บทั้งตัวและเสียเวลา เป็นอันจบบริบูรณ์ครับ (รถที่หล่อขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของเราเองและความอดทน)
เขียนเรื่องราวของคุณ
Mazda Moments Gallery
ดูทั้งหมด